กรรมการผู้จัดการ

“ชิน” ราชันผู้บุกเบิกเป็นผู้นําธนาคารกรุงเทพเข้าสู่ยุคทอง

กรรรมการธนาคารกรุงเทพ

“ชิน” ราชันผู้บุกเบิก “นายชินเริ่มงานที่ธนาคารกรุง เทพด้วยการเป็นนายหน้าหาลูก ค้า และพิจารณาการออกเงิน การทําหน้าที่ของนายชินสามารถ ทํากําไรให้แก่ธนาคารอย่างมาก นายชิน โสภณพนิช เกิดในสมัยรัชกาลที่ 6 มีบิดา

– เป็นชาวจีนแต้จิ๋วอพยพ เกิดในบริเวณตลาดน้ํา วัดไทร บางขุนเทียน ฝั่งธนบุรี เมื่ออายุได้ 5 ขวบ เขาต้อง เดินทางกลับไปประเทศจีนพร้อมบิดา และได้ศึกษาชั้น ประถมที่ประเทศจีน รวมทั้งช่วยบิดาทํานาด้วย เมื่อเวลา ฝนตก บิดาต้องตามตัวกลับมาจากโรงเรียนเพื่อให้ช่วย ไถนา นายชินอยู่ในประเทศจีนเป็นระยะเวลานานถึง 12 ปี จนกระทั่งอายุ 17 ปี จึงเดินทางกลับมาสู่ประเทศไทย มี ความรู้อ่านออก เขียนได้ดี ทั้งภาษาจีนและภาษาไทย –

ชิน เริ่มต้นอาชีพครั้งแรกด้วยการเป็นลูกจ้างในเรือโยงบรรทุก สินค้าทางการเกษตร ขึ้นล่องระหว่าง กรุงเทพฯ-อยุธยาจากนั้นจึงได้เปลี่ยนเป็นเสมียนของโรงไม้แห่งหนึ่งด้วยความเป็น คนเอาการเอางาน เรียนรู้ได้เร็ว ประกอบกับเป็นคนมีอัธยาศัยดี เจ้าของโรงไม้จึงสอนการทําบัญชีให้แก่นายชิ้น รวมทั้งให้เป็น คนติดต่อลูกค้าให้ด้วย นายชินทํางานอยู่ที่นี่เป็นเวลา 3 ปี เมื่อ อายุได้ 20 ปี เจ้าของโรงไม้ได้ขยายกิจการ โดยไปเปิดร้านใหม่ จึงยกสาขาเดิมนี้ให้แก่นายชิน โดยยกตําแหน่งผู้จัดการให้แก่ นายชิน แต่หลังจากนี้กิจการของนายชินประสบปัญหา และเกิด ไฟไหม้ ทําให้ต้องปิดกิจการลง

หลังจากนั้น นายชินได้เดินทางกลับสู่ประเทศจีนอีกครั้ง และได้ ร่วมทํากิจการการเดินเรือระหว่างซัวเถากับเซี่ยงไฮ้กับนักธุรกิจ ท้องถิ่น ซึ่งก็ไม่ประสบความสําเร็จอีก ต่อมานายชินได้กลับสู่ ประเทศไทย โดยได้รับการชักชวนจากนายแต้เก๋ง ฮัง เจ้าของ บริษัท เซียม เฮง ลัง ซึ่งเป็นธุรกิจค้าขายวัสดุก่อสร้าง นายชิน จึงตัดสินใจเข้าทํางานที่นี่ในปี พ.ศ. 2482 ซึ่งธุรกิจค้าขายวัสดุ ก่อสร้างนี้ประสบความสําเร็จอย่างมากกล่าวกันว่าในครั้งนั้นใคร จะก่อสร้างอะไร ทั้งภาครัฐและเอกชนก็ต้องมาซื้อของที่ “เซียม เฮง ล้ง”จากนั้น นายชินจึงตัดสินใจเก็บรวบรวมเงินทั้งหมด เปิด ร้านขายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างของตัวเอง แถวโรงภาพยนตร์ พัฒนาการ ถนนเจริญกรุง

และประสบความสําเร็จอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่นาน จึง จดทะเบียนเป็น บริษัท เอเซีย จํากัด สินค้าที่ขายส่วนใหญ่เป็น เหล็ก ด้วยอายุเพียง 29 ปี ซึ่งสถานการณ์ในขณะนั้น รัฐบาล มีนโนบายส่งเสริมการค้าขายของคนไทย บริษัทของนายชิน ประสบความสําเร็จอย่างดี จึงขยายกิจการออกไปอีก 2 บริษัท เป็นบริษัทค้าขายเครื่องเขียน และขายเครื่องกระป๋อง

เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง

ต้องมีการก่อสร้างซ่อมแซมสถานที่ต่างๆ ที่ปรักหักพัง นายชิน จึงชักชวนเพื่อนพ่อค้าอีก 15 คน ร่วมหุ้นก่อตั้งบริษัท มหากิจ ขึ้นในปี พ.ศ. 2488 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท โดยที่ นายชินเป็นหนึ่งในสามของผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งก็ประสบความ สําเร็จอย่างมาก

จากนั้น นายชินจึงได้เริ่มทํากิจการใหม่ ๆ หลายอย่าง เช่น ค้าทองคํา ค้าข้าว และธุรกิจห้างสรรพสินค้า ฯลฯ

inberrier ใน ปี พ.ศ. 2 4 8 7  นายชิน ได้รับการชักชวนจากเพื่อนฝูง 15 คนร่วมหุ้นก่อตั้งธนาคารกรุงเทพขึ้น

ในเดือนธันวาคม ธนาคารกรุงเทพสาขาแรก ได้เปิดทําการขึ้น ในเวลาบ่าย 2 โมงมีนายควง อภัยวงศ์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเป็นประธานเปิด

นายชินเริ่มงานที่ธนาคารกรุงเทพด้วยการเป็นนายหน้า หาลูกค้า และพิจารณาการออกเงินกู้ ซึ่งการทําหน้าที่ของ นายชิ้นสามารถทํากําไรให้แก่ธนาคารอย่างมาก โดยใน กลางปี พ.ศ. 2488 ยอดเงินฝากของธนาคารกรุงเทพ มี จํานวนทั้งสิ้น 10.2 ล้านบาท ราคา

แต่เมื่อนายชินเข้ามาทําหน้าที่นี้ยอดเงินเพิ่มขึ้น เป็น 18.5 ล้านบาท ในปลายปี

จากนั้น กิจการธนาคารกรุงเทพได้เจริญเติบโตเป็นลําดับ และ เป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรกของไทยด้วยที่มีสาขาเปิดในต่าง

อีกรอบประเทศ ในปี พ.ศ. 2495 นายชินได้ขึ้นผู้จัดการธนาคารและ ครอบครองตําแหน่งได้นานที่สุดถึง 25 ปี ในระหว่างปี พ.ศ. 2495-พ.ศ. 2520 และเป็นที่รู้จักอย่างมากในแวดวงธุรกิจ และสังคม และได้ร่วมงานกับนักธุรกิจชั้นแนวหน้ามากมายใน ประเทศไทย เช่น นายบุญชู โรจนเสถียร, นายประสิทธิ์ กาญจน วัฒน์ เป็นต้น

ชีวิต ส่วนตัว นายชินสมรส 2 ครั้ง ครั้งแรกกับ นางชาง เลา ไว อิง ชาวจีน มีบุตรด้วยกันทั้งหมด 2 คน คือ นายชาตรี โสภณพนิช ครั้งที่ 2 กับ นางบุญศรี โสภณพนิช มีบุตรด้วยกันทั้งหมด 7 คน อาทิ นายโชติ โสภณพนิช, นายชัย โสภณพนิช, คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช เป็นต้น

ชีวิตของนายชิน เป็นที่รับรู้และยอมรับจากสังคมทั่วไปว่า เป็น ผู้สร้างฐานะตนเองจากเสื่อผืนหมอนใบ จนเป็นตํานานของนัก ธุรกิจในประเทศไทยเป็นที่กล่าวขานกันมาจนปัจจุบัน ซึ่งนายชิน มีแซ่ตั้ง มีชื่อเป็นภาษาจีนแต้จิ๋วว่า “ตั้งเพียกซึ้ง” ซึ่งคนไทย เชื้อสายจีนจํานวนไม่น้อยนิยมเรียกนายชินในชื่อนี้

ในทางสังคม ได้ก่อตั้งมูลนิธิชิน โสภณพนิชขึ้น รวมทั้งได้ อนุเคราะห์หลายองค์การ หลายกิจการในสังคมด้วย อาทิเช่น มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น ซึ่งเจ้าของโรงเรียนเซนต์จอห์น เคย

สามารถติดตามข้อมูลได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระเพิ่มเติมจาก : Google

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *