เพราะความจริงแล้ว ชาตรีก็ไม่ได้อยู่ในฐานะ “ทายาท” ที่จะต้องดูแลกิจการทั้งหมด

ชาตรี

ชาตรี ก็ไม่ได้อยู่ในฐานะ “ทายาท” รุ่นที่ สองของ เพราะความจริงแล้ว“โสภณพนิช” ที่จะต้องดูแลกิจการทั้งหมด พูดให้ ชัดเจนเข้า เขาเป็น “ทายาท” ของชิน ในส่วนที่เป็นธนาคาร กรุงเทพลักษณะของลูกคนโตของคนจีนแบบชาตรีกับชิน โสภณ พนิชนั้น แตกต่างกว่าลูกคนโตของตระกูลคนจีนอื่น เช่น อุเทน เตชะไพบูลย์กับ หรือสัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์กับ

ชาตรี

ชาตรี  อดีตกรรมการเก่าท่านหนึ่ง เล่าว่า “คนอื่นนั้นจะเชื่อพี่ชายสุด แล้วแต่พี่ชายหมดอาจจะเป็นเพราะว่า พ่อเสียแล้ว พี่ใหญ่ ก็เป็นเสมือนพ่อ แต่กรณีของโสภณพนิชนั้นมัน complicated อยู่นิดตรงที่ว่า นายห้างชินแกมอบให้ชาตรี ดูธนาคารโดย ตัวแกจะเป็นผู้กํากับรายการอยู่ ถ้ามีอะไรไม่ตรงไปตามที่นายห้างต้องการแกก็คงต้องออกแรงเอง แต่กิจการธนาคาร นั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนห้างสรรพสินค้าอย่างเซ็นทรัล

เพราะมันต้องมีผู้ถือหุ้น ต้องดูว่าใครมีหุ้นมากกว่าใคร ถึง จะรู้ว่าใครใหญ่จริง มาช่วงนี้ถึงรู้ว่า จริง ๆ แล้วกลุ่มชาตรี กับพวกถือ block หุ้นไว้มากที่สุด เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว บทบาท ของนายห้างชินก็ต้องลดลงโดยปริยาย อีกประการหนึ่ง งานธนาคารเองก็เป็นงานที่ต้องใช้คณะกรรมการเข้าไป ตัดสินใจ และจุดนี้เราก็ต้องยอมรับว่าคณะกรรมการของ ยุคไหนก็ต้องเป็นคนของผู้นําในยุคนั้น ๆ”บทบาทด้านหนึ่งของเขาจึงเป็นบทบาทของการเสริมส่งให้ธนาคารกรุงเทพเจริญรุดหน้าต่อไป

Chatree was not in the second generation of “heirs” because of the fact that “Sophon Panich” had to take care of all the affairs, clearly speaking, he was the “heir” of Shin in the bank Bangkok, the characteristics of the eldest of the Chinese people, as well as Chin Sophonpanich, are different than the older children of other Chinese families, such as Utena Chaapibul and Samrit Chirathivat and

Chatree, one of the former directors, said, “Others will believe the oldest brother. Depending on the older brother, it may be because the father is dead. But the case of Sophon Panich was a little complicated that Mr. Shin Kae gave the bank a compliment to the bank.

If there is anything that does not match the way that the department store wants you, you will have to exert yourself. But bank business It’s not as easy as a department store like Central.

Because it requires shareholders Must see who has more shares than anyone else to know who is really big Come to this moment to know that the fact that the Chatree group and the guys hold the most block shares When this happened, the role of Mr. Shin’s department had to be reduced by default.

สามารถติดตามข้อมูลได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระเพิ่มเติมจาก : Google

มันก็คงจะเป็นตรงนี้แหละที่ชาตรีมองไกลกว่าชิน

มันเป็นแนวโน้มที่มองเห็นได้

มันเป็นแนวโน้มที่มองเห็นได้ ชัดว่าการจะมาเป็นเจ้าของ กิจการธนาคารกรุงเทพตลอดไปนั้น คงจะไม่ง่ายนัก เพราะ ฐานของทุนมันกว้าง และธนาคารชาติเองก็ได้ทําให้ทุก ธนาคารรู้ว่าจะทําทุกอย่างเพื่อให้สัดส่วนของตระกูลต่าง ๆ ในธนาคารลดน้อยลง ลองคิดดูซิคุณโดนเพิ่มทุนสักพัน ล้านบาทติด ๆ กันสัก 2-3 ปีนี้ก็เหนื่อยแล้ว ฉะนั้น การ ขยับขยายตัวเองออกจากฐานธนาคารก็เป็นสิ่งจําเป็นทั้ง ในด้านส่วนตัวและในรูปของนิติบุคคลที่อาจจะต้องใช้มา ซื้อหุ้นธนาคาร เพื่อเก็บรักษาสัดส่วนของหุ้นตัวเองไม่ให้ ลดลงไปแบบฮวบฮาบ” อดีตกรรมการคนเก่ารําพึงขึ้นฃ

มันเป็นแนวโน้มที่มองเห็นได้

มันเป็นแนวโน้มที่มองเห็นได้ อย่างไรก็ดี คงต้องยอมรับว่าชาตรีนั้น ค้าขายเก่งกว่าชินผู้เป็น พ่อมาก ซึ่งสิ่งที่ติดตามมาก็คือการก่อตั้งบริษัทยูไนเต็ดฟลาว มิลล์ขึ้นในปี 2507 เป็นโรงงานผลิตอาหาร ตั้งโรงงานพลาสติก ไทย จํากัด และบริษัท นานาอุตสาหกรรม (โรงงานผลิตน้ํามัน พืช) ในปี 2508 และบริษัทยูเนียนพลาสติกแมนูแฟคเจอริ่ง ใน ปี 2511 กิจการเหล่านี้นอกจากจะได้รับการสนับสนุนทางด้าน การเงินจากธนาคารกรุงเทพแล้ว “โสภณพนิช” ก็ยังมีส่วนร่วมลงทุนอยู่ด้วยโดยเฉพาะนับแต่ปี 2511 เรื่อยมาอุตสาหกรรม สิ่งทอนับได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ “โสภณพนิช” และธนาคาร กรุงเทพ ให้ความสนใจมาก ซึ่งผู้อยู่เบื้องหลังก็คือ ชาตรี โสภณ

ชาตรีได้เกี่ยวข้องกับกิจการสิ่งทอมาเป็นเวลานานพอสมควร และอุตสาหกรรมทอผ้าของกลุ่มไทยเกรียงในยุคหนึ่งที่ใหญ่มากๆ ก็เป็นเพราะชาตรีหนุนหลังอยู่ ซึ่งมาประสบปัญหาอย่างหนัก ภายหลังจนเมื่อ บุญชู โรจนเสถียร กลับมาเป็นผู้จัดการธนาคาร กรุงเทพอีกครั้ง ก่อนจะกลับไปเป็นรองนายกฯ ถึงกับสั่งให้ชาตรี ลงมาบริหารหนี้ของกลุ่มไทยเกรียงโดยตรง จนในตอนหลังได้มี การขายโรงงานให้กับกลุ่มสหยูเนียน จึงบรรเทาไปการ

ปี 2517 ที่เกิดวิกฤตการณ์น้ํามันส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่นำอยู่ในช่วงตั้งไข่นั้น ก็ช่วยบอก บางสิ่งบางอย่างกับชาตรีถึงความผันผวนไม่แน่นอนที่มาพร้อม กับการแข่งขันอันเข้มข้นของธุรกิจเพื่อเอาตัวรอด ไม่แน่นักเขา อาจจะค้นพบแล้วว่า หลักการที่ยึดถือ “คุณธรรมน้ํามิตร” ของ คนรุ่นพ่อนั้นมันหมดสมัยไปแล้วก็เป็นได้ และความเป็นไปได้ ทางธุรกิจ อาจจะเป็นสิ่งที่เข้ามาทดแทน

ในเรื่องนี้คนใกล้ชิดชาตรีเล่าว่า “คุณจะไปโทษคุณชาตรีเขาไม่ ได้หรอก เพราะวิวัฒนาการทางธุรกิจมันก้าวมาถึงจุดใหญ่ที่คําว่าคุณธรรมน้ํามิตร ต้องยอมให้กับความ ทางธุรกิจ ในการค้าขายยุคนี้การแข่งขันส การตัดสินใจแบบธุรกิจเข้าว่าแล้ว นอกจากจะขา สูญเสียลูกค้ารายอื่นที่ดีๆ ด้วย”ยอมให้กับความเป็นไปได้ใน เคนี้การแข่งขันสูงมาก ถ้าไม่ใช่

นอกจากจะขาดทุน และแน่นอนเหลือเกินว่า คงจะเป็นอย่างที่คนใกล้ชิดชาตรี เพียงแต่ว่าคนพูดเองก็ไม่สามารถจะให้ตรรกวิทยาได้ว่า ทําไมเฉพาะกลุ่มเพื่อนของชาตรีจึงโตเอา สถานการณ์ตรง จุดนี้ต้องถือว่าเป็นสาระของบทบาทชาตรีในช่วงต่อ ๆมา

Would probably be the one that the brave looking far more than Chin
“It is a trend that is clearly seen as being the owner. Bangkok Bank business forever Would not be easy because the base of the capital is wide. And the national bank has made every The bank knows that everything is done to reduce the proportion of families in the bank. Think about it. You’ve been raising a billion baht for a couple of years. This is already exhausting. Therefore, expanding yourself from the bank is a necessity. In private and in the form of a juristic person that may be used Buy bank shares In order to keep the proportion of the stock itself, not to Fell drastically, “the former director was upset

สามารถติดตามข้อมูลได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระเพิ่มเติมจาก : Google

ช่วงเก็บเกี่ยวประสบการณ์

นายรับชาตรี

 นายชาตรี นั้น ค้าขายเก่งกว่าชินผู้เป็น พ่อมากซึ่งสิ่งที่ติดตามมาก็คือการ ก่อตั้งบริษัทยูไนเต็ดฟลาวมิลล์ขึ้น ในปี 2507

  นายรับชาตรี

นายชาตรี podem concurrenter News ก็เป็นเพียงการกลับมาอยู่เมืองไทย1 เพียงช่วงสั้น ๆ แค่เวลาเพียงปีเศษที่หมดไปกับ การฝึกงานที่ธนาคารกรุงเทพกับเอเชียทรัสต์จากนั้นก็ถูกส่งไปฝึกงานและเรียนหนังสือเพิ่มเติมที่อังกฤษ โดย ฝึกงานที่รอยัลแบงก์ ออฟ สก็อตแลนด์ และเรียนภาคกลางคืน ที่ลอนดอน รีเจ้นท์ สตรีท โพลิเทคนิค อินสติติวชั่นเขาเดินทาง จากอังกฤษกลับไทยอีกครั้งในราวปี 2501 ชิ้นส่งเขาเข้าเรียนรู้ งานกับจอห์นนี่มาที่เอเชียทรัสต์เป็นแห่งแรก

ruthi ule who ปี 2502 ที่ชินต้องออกไปพํานักที่ฮ่องกง บุญชู โรจนเสถียร ก็ ไปดึงตัวเขามาอยู่ธนาคารกรุงเทพ และมอบตําแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายบัญชีให้ ปี 2510 เป็นผู้จัดการฝ่ายบัญชี และปีร่ง ต้องรักษาการณ์ตําแหน่งผู้จัดการฝ่ายการค้าด้วยอีกตําแห 2514 เป็นกรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ และเป็นกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ในปี 2517

การค้าด้วยอีกตําแหน่ง ปีนอกเหนือจากนี้เขายังต้องดูแลกิจการในเครือของครอบครัวอีก หลายแห่งโดยเฉพาะบริษัทสินเอเชีย จํากัด ก่อตั้งปี 251214 ปัจจุบันคือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์สินเอเชีย บริษัทกรุงเทพ เคหะพัฒนา (2512) ที่เกี่ยวกับการพัฒนาที่ดินและที่อยู่อาศัย บริษัทกรุงเทพสหมิตรเอ็นเตอร์ไพรซ์หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอง เอเซีย (2515) และอีกมาก

ก่อนหน้าการก้าวขึ้นรับตําแหน่งกรรมการผู้จัดการธนาคาร กรุงเทพของชาตรี ในปี 2523 นั้น มีสถานการณ์สําคัญที่น่าจะ เกี่ยวข้องกับสถานภาพทั้งด้านบวกและด้านลบของเขาในทุก วันนี้อย่างยิ่ง ช่วงนั้นประเทศไทยเริ่มประกาศใช้แผนพัฒนา เศรษฐกิจ ออกกฎหมายส่งเสริมการลงทุนเพื่อกิจการอุตสาห กรรมในปี 2505 และก่อนหน้านั้น ก็ได้เปิดประเทศเพื่อรับการ ลงทุนจากข้างนอก และเร่งส่งเสริมสินค้าออก

ซึ่งสําหรับ ชิน โสภณพนิช และธนาคารกรุงเทพ ช่วงนี้นับได้ว่าเป็นยุคทองของการค้าข้าว และพชน การเกษตรที่เป็นรายได้หลักของประเทศ

พร้อมๆ กับเบนเข็มเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมสถานการณ์ใหม่เช่น นี้ค่อนข้างจะเอื้ออํานวยให้กับคนอย่างชาตรีที่ผ่านการศึกษา และผ่านประสบการณ์จากประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างอังกฤษ มากๆ เพราะอย่างน้อยชาตรีย่อมสามารถมองออกไปข้างหน้า ได้ไกลกว่าคนรุ่นเก่าอยู่บ้างในเรื่องการมองไกลนั้น ไม่ใช่ว่าชินจะมองไม่ไกล เพราะถ้าใน มองไม่ไกลแล้ว ธนาคารกรุงเทพก็คงจะไม่ก้าวมาถึงจุดนี้และ ถ้าชินมองไม่ไกล ชินเองก็คงจะไม่เรียกใช้บุญชู โรจนเสถียรให้ เป็นประโยชน์หรอก LA LIT T LE

“นายห้างในเป็นคนมองอะไรไกลมากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องสาขาต่างประเทศ ซึ่งตอนที่ชินเรียนนั้นยังไม่มีใคร ในวงการสนใจเลย” อดีตกรรมการธนาคารกรุงเทพคนหนึ่ง เล่าให้ฟัง

แต่ ถ้าจะพูดว่าชาติ รีเข้าใจที่จะขยับขยายฐานตัวเอง ให้ออกไปจากฐานธนาคารได้ดีกว่าชินก็คงจะถูกต้องกว่าและก็ คงจะเป็ น ต ร ง น แ ห ลที่ชาตรีมองไกลกว่าชิน

ของ“มันเป็นแนวโน้มที่มองเห็นได้ชัดว่าการจะมาเป็นเจ้าของ กิจการธนาคารกรุงเทพตลอดไปนั้น คงจะไม่ง่ายนัก เพราะ ฐานของทุนมันกว้าง และธนาคารชาติเองก็ได้ทําให้ ธนาคารรู้ว่าจะทําทุกอย่างเพื่อให้สัดส่วนของตระกูลต่างๆ ในธนาคารลดน้อยลง ลองคิดดูซิคุณโดนเพิ่มทุนสักพัน ล้านบาทติด ๆ กันสัก 2-3 ปีนี้ก็เหนื่อยแล้ว ฉะนั้น การ ขยับขยายตัวเองออกจากฐานธนาคารก็เป็นสิ่งจําเป็นทั้ง

ในด้านส่วนตัวและในรูปของนิติบุคคลที่อาจจะต้องใช้มา ซื้อหุ้นธนาคาร เพื่อเก็บรักษาสัดส่วนของหุ้นตัวเองไม่ให้ ลดลงไปแบบฮวบฮาบ” อดีตกรรมการคนเก่ารําพึงขึ้น

อย่างไรก็ดี คงต้องยอมรับว่าชาตรีนั้น ค้าขายเก่งกว่าชินผู้เป็น พ่อมาก ซึ่งสิ่งที่ติดตามมาก็คือการก่อตั้งบริษัทยูไนเต็ดพลา มิลล์ขึ้นในปี 2507 เป็นโรงงานผลิตอาหาร ตั้งโรงงานพลาด ไทย จํากัด และบริษัท นานาอุตสาหกรรม (โรงงานผลิต

*ทยูเนียนพลาสติกแมนแฟคเจอร์ริง ในกรรม (โรงงานผลิตน้ํามันอบการสนับสนุนทางด้านพืช) ในปี 2508 และบริษัทยูเนียนพลาสติกแมนแ” การเงินจากธนาคารกรุงเทพแล้ว “โศก ปี 2511 กิจการเหล่านี้นอกจากจะได้รับการสนับสนุน

ลงทุนอยู่ด้วยโดยเฉพาะนับแต่ปี 2511 เรื่อยมาอุตสาหกรรม สิ่งทอนับได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ “โสภณพนิช” และธนาคาร กรุงเทพ ให้ความสนใจมาก ซึ่งผู้อยู่เบื้องหลังก็คือ ชาตรี โสภณ พนิช

ชาตรีได้เกี่ยวข้องกับกิจการสิ่งทอมาเป็นเวลานานพอสมควร และอุตสาหกรรมทอผ้าของกลุ่มไทยเกรียงในยุคหนึ่งที่ใหญ่มากๆ ก็เป็นเพราะชาตรีหนุนหลังอยู่ ซึ่งมาประสบปัญหาอย่างหนัก ภายหลังจนเมื่อ บุญชู โรจนเสถียร กลับมาเป็นผู้จัดการธนาคาร กรุงเทพอีกครั้ง ก่อนจะกลับไปเป็นรองนายกฯ ถึงกับสั่งให้ชาตรี ลงมาบริหารหนี้ของกลุ่มไทยเกรียงโดยตรง จนในตอนหลังได้มี การขายโรงงานให้กับกลุ่มสหยูเนียน จึงบรรเทาไป การเดา

ปี 2517 ที่เกิดวิกฤตการณ์น้ํามันส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่กําลังอยู่ในช่วงตั้งไข่นั้น ก็ช่วยบอก บางสิ่งบางอย่างกับชาตรีถึงความผันผวนไม่แน่นอนที่มาพร้อม กับการแข่งขันอันเข้มข้นของธุรกิจเพื่อเอาตัวรอด ไม่แน่นักเขา อาจจะค้นพบแล้วว่า หลักการที่ยึดถือ “คุณธรรมน้ํามิตร” ของ คนรุ่นพ่อนั้นมันหมดสมัยไปแล้วก็เป็นได้ และความเป็นไปได้ ทางธุรกิจ อาจจะเป็นสิ่งที่เข้ามาทดแทน

ในเรื่องนี้คนใกล้ชิดชาตรีเล่าว่า “คุณจะไปโทษคุณชาตรีเขาไม่ ได้หรอก เพราะวิวัฒนาการทางธุรกิจมันก้าวมาถึงจุดใหญ่

 

สามารถติดตามข้อมูลได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระเพิ่มเติมจาก : Google

ชาตรี โสภณพานิช ผู้สืบทอดทายาทธุรกิจ:รุ่นที่2

ผู้สืบทอดทายาทธุรกิจ:รุ่นที่2

รุ่นที่2 เมื่อตั้งเป้าว่าจะต้องเป็นนัมเบอร์ วันตลอดกาล คุณก็จะต้องเป็นนัม เบอร์วันตลอดกาล ซึ่งจะต้องเดิน หน้าเพื่อหนีห่างคู่แข่งของคุณไป เรื่อยๆ ตราบเท่าที่คู่แข่งเขาไม่ หยุด
จากนายแบงก์ชื่อดังระดับโลก รุ่น 1 ในฐานะผู้เป็นพ่ออย่าง ชินโสภณพนิช ได้ถ่ายทอดธุรกิจสู่ทายาท รุ่นลูก รุ่น 2 ให้กับ ชาตรี โสภณพนิช ให้เรียนรู้งานจากเขา จนสามารถก้าวขึ้นบริหารงานแทนได้ ในตําแหน่งกรรม การผู้จัดการใหญ่ และอยู่ในตําแหน่งนี้นานถึง 12 ปี

ผู้สืบทอดทายาทธุรกิจ:รุ่นที่2

รุ่นที่2 อันเป็นช่วงจังหวะเวลาที่ธนาคารกรุงเทพแห่งนี้มีความ เจริญก้าวหน้ารุ่งเรืองสูงสุดจนเรียกได้ว่า เป็นยุคทองของ ธนาคารกรุงเทพซึ่งพบได้จากผลประกอบการในทุกด้านขยาย ตัวได้ดีเกินความคาดหมาย

ด้วยนโยบายธนาคารแห่งคุณภาพอีกทั้งยังเป็นผู้นําในทุกๆ ด้านของธนาคารยุคใหม่ โดยเฉพาะการนํา
เทคโนโลยีชั้นสูง มาใช้ในการบริหารงานโดยนําเอาเครือข่ายออนไลน์ชั้นสูงต่างๆ มาใช้ ซึ่งนําเอาเครือ ข่ายออนไลน์ในธนาคารมาใช้เป็นแห่งแรกในประเทศไทย และ การพัฒนาเทคโนโลยีจนกลายมาเป็นรากฐานอันแข็งแกร่งของ ธนาคารที่เรียกว่า ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ในอดีต เจ้าสัวชาตรี ได้รับรางวัลเกียรติยศนานาชาติ Lifetime Achievement Award 970 Asia Pacific Bankers Congress (APBC) ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นรางวัลเชิด เกียรติ ที่ให้การยกย่องนายธนาคารผู้ซึ่งทําให้คุณประย” และมีคุณปการในการพัฒนาปรับปรุงภาคธุรกิจการธนาคาร

ภูมิภาคเอเชียด้วยความจริงใจ และอุทิศตนมาเกือบตลอดชีวิต กระทั่งทําให้ธนาคารมุ่งสู่ความเจริญเติบโตแบบยั่งยืนและได้ รับการยอมรับนับถืออย่างกว้างขวางในภูมิภาค
นับตั้งแต่ที่เจ้าสัวชาตรี ขึ้นนั่งตําแหน่งกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงเทพตั้งแต่ปี 2523 มาจนถึงประธานกรรมการฯ อาณาจักรแห่งนี้ เขาได้รับมรดกตกทอดมาจากชิน ผู้พ่อ และ จากบทบาทของเขาในช่วงหลังเป็น 2 บทบาท คือ บทบาทหนึ่ง เป็นบทบาทของ “ผู้นําแบงก์” ส่วนอีกบทบาทของการสร้าง อาณาจักรส่วนตัวซึ่งเขาค่อนข้างประสบผลสําเร็จอย่างงดงามทั้ง 2 ส่วน

ชาตรีนั้นมักจะแสดงออกถึงความพยายามที่จะขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆเขาดูเหมือนไม่รู้จักคําว่า ที่สุด เขารู้จักเพียงคําว่า หมายเลขหนึ่งชาตรีกําลังจะเดินออกไปในทิศทางไหนต่อแต่นี้
หากจะพูดได้ว่าเขาก้าวขึ้น
ชาติทุกปีของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ วันเกิด เจ้าสัวชาต ลองหมุนเข็มนาฬิกาย้อนกลับก็น่าจะพูดได้ว่าเขาก้า ไปได้สูงมาก ๆ และหากจะมองข้างหนาบนจุดหมายที่ ขึ้นไปอีก เขาก็คงจะยังมุ่งสร้างอาณาจักรแห่งนี้ ให้งดง เติบโตต่อไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง
ภารกิจในวันนี้ของเขานั้นเป็นการสร้างอาณาจักรทางธุรกิจ เพื่อ ส่งมอบให้กับ “โสภณพนิช” ในรุ่นที่สาม โดยเฉพาะลูกๆ ของ เขามันเป็นอาณาจักรที่ใหญ่โตมโหฬารกว่าที่เขาเคยได้รับตก ทอดมาจากรุ่นที่หนึ่งอย่างพ่อของเขา ชิน โสภณพนิช ได้มอบ แก่เขามากมายนักแล้วในทุกวันนี้

“ ช า ต รี ”จบอาชีวศึกษาชั้นสูงจาก Kwang Tai High Accountancy Collage ฮ่องกง อุดมศึกษาจาก London Regent Street Polytecnic อังกฤษ ประกาศนียบัตรวิชาการธนาคารจาก Institute of Bankers United Kingdom ปริญญาดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ Pepperdine University ลอสแองเจอลิส สหรัฐ และปริญญาดุษฎีกิตติมศักดิ์ De La Sale University ฟิลิปปินส์ กลับมาทํางานในธนาคารที่บิดาเป็นผู้บุกเบิกตําแหน่งผู้ช่วย ผู้จัดการฝ่ายการบัญชี จนเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ
ชาตรีพูดว่า เมื่อตั้งเป้าว่าจะต้องเป็นนัมเบอร์วันตลอดกาล คุณ ก็จะต้องเป็นนัมเบอร์วันตลอดกาล ซึ่งจะต้องเดินหน้าเพื่อหนี ห่างคู่แข่งของคุณไปเรื่อยๆ ตราบเท่าที่คู่แข่งเขาไม่หยุดซึ่งบางที คุณก็คาดไม่ได้หรอกว่าเป้ามันจะไปหยุดอยู่ตรงไหน?เพราะไม่มี คําว่าสิ้นสุด…สําหรับผู้ที่ต้องการครอบครองตําแหน่งหมายเลข หนึ่งไปเสียหมดอย่างนี้
อาจารย์สอนจิตวิทยาท่านหนึ่งได้กล่าวไว้ซึ่งน่าจะนําไปใช้อธิบาย หลายๆ พฤติกรรมได้อย่างมีเหตุผล แม้แต่ในเกมกีฬาที่นัก ธุรกิจชั้นนํากําลังคลั่งไคล้กันอยู่ขณะนี้การเล่นเรือเร็วที่ชาตรี ก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบมาก ว่ากันว่า

เรือของเขาจะต้องเป็นเรือที่เร็วที่สุดหากเมื่อใด ที่ ทราบว่า มีเรือของคนอื่นเร็วกว่า
เขาจะหาทที่เรือจะสามารถเร็วขึ้น และเป็นเรือที่เร็วที่สุดอีกครั้ง
จะเป็นเรื่องที่ไม่ได้เคร่งเครียดอะไรมากนักแต่สําหรับ แม้ว่า ก็อาจจะคิดว่าเป็นเรื่องท้าทายและช่วยปลุกพลังการต่อนักแต่สําหรับชาตรีพลังการต่อสู้ของเขาให้คุโชนอยู่ตลอดเวลา
ซึ่งพลังเช่นนี้เอง ที่จะทําให้เขาก้าวขึ้นไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้เหน็ด เหนื่อยเขาเป็นนักแข่งขันคนหนึ่งอย่างเห็นได้ชัดในวันนี้สําหรับ เจ้าสัวชาตรี เขาเชื่อมั่นในระบบที่ผู้แข็งแรงกว่าย่อมมีชัยต่อผู้ อ่อนแอ เขามีคุณสมบัติพื้นฐานหลายประการที่คล้ายคลึงกับ ชิน โสภณพนิชและอีกหลายคนเพียงแต่เขาเป็นผลผลิตทางสังคมที่ ต่างจากชินกับอีกบางคนอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
ชิน โสภณพนิช พ่อของเขานั้น เริ่มต้นอย่างคนมือเปล่าแท้ๆ เขาเดินทางรอนแรมกลางทะเลจากซัวเถามาถึงประเทศไทยใน สภาพเด็กหนุ่มนักแสวงโชค ช่วงแรกต้องใช้แรงทํางานเป็นกลี แต่ด้วยความที่มีหัวการค้าและหมั่นศึกษาจดจําก็ขยับฐานะมา เป็นเสมียนในร้านค้าแล้วต่อมาก็มีกิจการเล็กๆ เป็น

ตนเอง ชินเริ่มเป็นปึกแผ่นจริงๆ ก็ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2และภายหลังจากนั้นส่วนชาตรี
จากนั้นส่วนชาตรีแม้ว่าจะลืมตาดูโลกในช่วงที่พ่อของเขา-ชิน ยังยากจนอยู่ก็ตาม แต่เขาง พร้อม ๆ กับความมั่นคงของครอบครัวที่เที่รอบครัวที่เพิ่มขึ้น เกจนอยู่ก็ตาม แต่เขาก็เติบโตขึ้นมา

ชาตรี เกิดเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2476 สถานที่ถูกระบุว่า เป็นประเทศไทยที่โรงพยาบาลจุฬาฯ เขามีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า “อัง เดร” ส่วนชื่อจีนดั้งเดิมนั้นชื่อ “อ้เข่ง แซ่ตั้ง” เมื่ออายุได้ 6 ขวบ เขาติดตามแม่กลับประเทศจีน (ที่ซัวเถา) เผอิญเกิดสงครามโลก ครั้งที่ 2 การคมนาคมไม่สะดวก เขาจึงต้องพํานักอยู่ที่นั่นจนโต

และหลังสงครามยุติแล้วเขากับพี่ชายอีกคนที่ชื่อโรบิน (ชื่อจีน ขี่นั่ง แซ่ตั้ง) ก็ถูกส่งไปเรียนที่ฮ่องกงจน สําเร็จวิชาด้านบัญชีจากวิทยาลัย KWANG TAIHING HIGH ACCOUNT TANCY เมื่ออายุ 19 จากนั้นจึงเดิน ทางกลับประเทศไทย ตามคําสั่งของ ชิน โสภณพนิช ซึ่งก็คงจะตรงกับ พ.ศ.2495

สามารถติดตามข้อมูลได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระเพิ่มเติมจาก : Google

ธนาคารกรุงเทพประกอบด้วยสาขาต่างประเทศ 15 แห่ง

ธนาคารกรุงเทพ

 

ธนาคารกรุงเทพ ประกอบด้วยสาขาต่างประเทศ 15 แห่ง สํานักงานตัว และธนาคารในเครือที่ธนาคารกรุงเทพถือหุ้นทั้งหมด 2 Bangkok Bank Berhad (BBB) ในประเทศมาเลเซีย และ kok Bank (China) Company Limited คาร กรุงเทพ เป็นธนาคารพาณิชย์ที่ให้บริการอย่างครบวง..

ธนาคารกรุงเทพ

ธนาคารกรุงเทพ ซึ่งประกอบด้วย การจัดการสินเชื่อร่วม การรับประกันการจัด จําหน่ายตราสารทุน สินเชื่อเพื่อการค้าระหว่างประเทศ สินเชื่อ โครงการ บริการรับฝากหลักทรัพย์ สินเชื่อเพื่อเอสเอ็มอี บริการ การเงินธนกิจ และบริการให้คําแนะนําทางธุรกิจ

การที่ธนาคารกรุงเทพยังคงเป็นผู้นําในภาคการธนาคารไทยมา โดยตลอดนั้น เป็นผลมาจากปรัชญาของธนาคารที่มุ่งเน้นการ พัฒนาสายสัมพันธ์กับลูกค้าเพื่อเกื้อหนุนซึ่งกันและกันอย่าง

ยืนยาวนอกจากนี้ การประสานศักยภาพภายในองค์กร ระหว่างหน่วย ธุรกิจต่างๆ ทั้งด้านลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ด้านการเงินธนกิจ กิจการ ธนาคารต่างประเทศ ด้านลูกค้าธุรกิจรายกลางและรายปลก ด้านลูกค้าบุคคลเอื้ออํานวยให้ธนาคารสามารถสร้างสรรคบ

 

เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะเจาะจงของลูกค้า

โดยมีทั้งความหลากหลาย และมิติในเชิงลึกนอกจากนี้ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จํากัด และบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จํากัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ธนาคารยังมีบทบาทสําคัญที่สนับสนุนธนาคารในการสร้างสรรค์ โอกาสเพื่อการลงทุนใหม่ๆ

 

เพื่อนําเสนอต่อลูกค้าของธนาคารกรุงเทพโดย

เฉพาะสําหรับความมุ่งมั่นสู่เป้าหมายในอนาคตของธนาคารพาณิชย์ ชั้นนําแห่งนี้ ปัจจัยสําคัญที่เสริมสร้างความสามารถทางการ แข่งขันของธนาคารกรุงเทพประกอบด้วยฐานลูกค้า ซึ่งกว้าง ขวางที่สุดในประเทศสายสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับลูกค้า และเครือข่าย สาขาต่างประเทศที่กว้างขวางที่สุดในบรรดาธนาคารไทย

Consists of 15 foreign branches, offices and affiliated banks that Bangkok Bank holds 2 shares. Bangkok Bank Berhad (BBB) ​​in Malaysia and kok Bank (China) Company Limited Bangkok Bank is a full service commercial bank ..

contain with Joint credit management Arrangement guarantee Selling equity securities International Trade Credit, Securities Deposit Service Project SME loans, financial services, and business guidance services
The fact that Bangkok Bank has always been a leader in the Thai banking sector is a result of the bank’s philosophy of focusing on Develop a relationship with customers to support each other like
Longevity Coordinating the potential within the organization between various business units, including large business customers in finance, foreign banking In the middle business and individual customers For individual customers, facilitating the bank to create

To meet the specific needs of customers
With both diversity And in-depth dimensions Bualuang Mutual Fund Management Company Limited and Bualuang Securities Company Limited, an affiliate company The Bank also plays an important role in supporting the bank in creating New investment opportunities

To present to Bangkok Bank customers by
Only for the commitment to future goals of commercial banks This leading Important factors that enhance the ability Bangkok Bank competition consists of the broadest customer base in the country, sustainable relationships with customers and the most extensive international branch network among Thai banks.

 

สามารถติดตามข้อมูลได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระเพิ่มเติมจาก : Google

 

“บัวหลวง” ยักษ์ใหญ่ในอาเซียน

ธนาคารกรุงเทพ

ธนาคารกรุงเทพ ยังเป็นธนาคาร ไทยเพียงแห่งเดียวที่มีเครือข่าย ต่างประเทศกว้างขวางที่สุด

ธนาคารกรุงเทพ

ธนาคารกรุงเทพ จํากัด (มหาชน) นับได้ว่าเป็น

ธนาคารพาณิชย์แถวหน้า สร้างชื่อเสียงในการ บริการให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ไทย ที่สําคัญ เมื่อเทียบฟอร์มความเป็นยักษ์ใหญ่เจ้าพ่อ ทางด้านการเงินแล้ว ธนาคารชั้นนําแห่งนี้มีขนาดใหญ่ เป็นลําดับที่ 7 ในแถบภูมิภาคเอเชียเลยทีเดียว

เรียกว่า ธนาคารพาณิชย์ ในประเทศที่เร่งทําผลงาน เพื่อเบียด แซงขึ้นแท่นเป็นเบอร์หนึ่งในปัจจุบันนี้ย่อมเป็นไปได้ยากเต็มที่ เพราะศักยภาพการพัฒนาองค์กรตลอดจนการให้บริการของ พนักงานรูปแบบการดึงดูดลูกค้าการขยายสาขาการรองรับเพียบ พร้อมจริงๆ

ภายห ลังจาก ธนาคารกรุงเทพ ได้ก่อตั้งขึ้น และเจริญเติบโตจนเป็นธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยด้วยมูลค่าของสินทรัพย์ รวมประมาณ 1.8 ล้านล้านบาท

โดยเป็นผู้นําในการสนับสนุนทางการเงินแก่ธุรกิจขนาดใหญ่ และเอสเอ็มอี อีกทั้งยังมีฐานลูกค้ากว้างขวางที่สุดในตลาด ลูกค้าบุคคลด้วย ธนาคารกรุงเทพให้บริการแก่ลูกค้าบุคคลและ ลูกค้าธุรกิจเป็นจํานวนรวมกว่า 17 ล้านบัญชีผ่านสํานักธุรกิจ และสํานักธุรกิจย่อยกว่า 230 แห่ง และสาขาทั่วประเทศเกือบ 1,000 แห่ง

และยังมีเครือข่ายธนาคารอัตโนมัติที่หลากหลาย ซึ่งประกอบ ด้วยเครื่องเอทีเอ็มและเครื่องรับฝากเงินสดรวมประมาณ 7,609 เครื่อง บริการธนาคารทางโทรศัพท์และธนาคารทางอินเทอร์เนตที่ใช้ง่าย และลูกค้าสามารถเลือกทําธุรกรรมในภาษาไทยหรือ อังกฤษ

ซึ่งเอื้ออํานวยให้ลูกค้าสามารถจัดการเรื่องการเงินได้ อย่างรวดเร็วตลอด 24 ชั่วโมงนอกจากนี้ ธนาคารกรุงเทพ ยังเป็นธนาคารไทยเพียงแห่งเดียวที่ มีเครือข่ายต่างประเทศกว้างขวางที่สุด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีน ซึ่งธนาคารมีสาขาอยู่ทั้ง ที่ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เซียะเหมิน และเสินเจิน เครือข่ายสาขา ในต่างประเทศของธนาคารกรุงเทพครอบคลุม 13 เขต เศรษฐกิจสําคัญของโลก

ได้แก่ จีน ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ลาว และพม่า ซึ่ง

Bangkok Bank Still a bank Thailand only has a network. The most extensive country

Bangkok Bank Public Company Limited is considered as
Front-line commercial banks Build a reputation for The service that is widely known is the largest in Thailand.

When compared to form a giant godfather Financial This leading bank is large. No. 7 in the Asian region.

Called the local commercial bank that has accelerated the work to overtake the platform as the number one nowadays, it is very difficult. Because of the development potential of the organization as well as the service of Employees, patterns of attracting customers, branch expansion, support is really ready.

After Bangkok Bank Was established And grow to become
The largest commercial bank in Thailand with a total asset value of approximately 1.8 billion baht.

By being a leader in financial support for large businesses and SMEs and also has the largest customer base in the market Personal customers Bangkok Bank provides services to individual customers and Business customers for a total of over 17 million accounts, through 230 business offices and sub-business offices and nearly 1,000 branches nationwide
And also has a variety of automatic banking networks

สามารถติดตามข้อมูลได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระเพิ่มเติมจาก : Google

ชิน โสภณพ

ชิน โสภณพนิช

ความเฉลียวฉลาดของ ชิน โสภณพนิชในด้านความสามารถ ในการประกอบการและในการเก็งกําไร

ชิน โสภณพนิช

ความเฉลียวฉลาดเป็นเรื่องที่ยอมรับกัน ทั่วไป ดังที่ นายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ ประธานกรรมการ ธนาคารกรุงเทพ จํากัด เคยพูดไว้ว่า

ลําพังแต่อัจฉริยภาพดังกล่าวนี้ คงไม่เพียงพอ ที่จะทําให้สมาชิกแห่งชนชั้นผู้ยากไร้ถีบตัวขึ้น มาเป็นนายทุนผู้ยิ่งใหญ่ได้ หากปราศจากโชค และจังหวะชีวิตที่เอื้ออํานวยหรือที่ นายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ กล่าวว่า “ทั้งเก่ง ทั้งเฮง”

ในขณะที่ “ความเก่ง” เป็นปัจจัยที่สามารถแยกแยะแจกแจงได้ แต่อะไรเล่าคือความเฮงที่ นายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ กล่าวถึง ชิน โสภณพนิช อาจเป็นตัวอย่างของนิทานปรัมปราที่กล่าวถึง ชาวจีนอพยพผู้สร้างฐานะทางเศรษฐกิจจากสภาพอันแร้นแค้น ที่มีเพียงแต่ “เสื่อผืนหมอนใบ” วัฒนธรรมการทํางาน และ การต่อสู้ชีวิตหยาดเหงื่อและแรงกาย และความวิริยะ อุตสาหะ

ที่เริ่มจากการเป็นเป็นลูกจ้างเรือโยงที่ล่องจากกรุงเทพมหานคร พระนครศรีอยุธยาและลูกจ้างสารพัดหน้าที่ ที่โรงไม้เอี้ยะเล็งจน ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการร้านค้าไม้ด้วยวัยเพียง 20 ปี ใน ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในได้เข้าร่วมขบวนการเสรีไทยโดย

สังกัดอยู่ในสายของพลตรีหลวงสังวรยุทธกิจทําให้เขาได้เห็นโอกาสทางธุรกิจที่เปิดกว้างใน ปี2487ก่อนสงครามจะยุติลง ธนาคารกรุงเทพกถือกําเนิดขึ้น มี ชิน โสภณพนิช เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งร่วมกับบรร เหล่าขุนนางในยุคนั้น

และแล้วในที่สุดในก็สามารถสร้างบทพิสูจน์ผลงานชิ้นโบว์แดง ด้วยการเป็นเจ้าของธุรกิจบริการที่ต้องใช้ทั้งความรอบรู้ กลยุทธ์ ต่างๆ ทั้งการค้าขาย ความกว้างขวางในการคบค้าสมาคมกับผู้คน มากมายหลายอาชีพความสามารถในการบริหารและความกล้าหาญในการตัดสินใจตลอดจนความฉับไวในการติดต่อดําเนิน ธุรกิจ

การทําให้ธนาคารกรุงเทพเจริญรุ่งโรจน์ในเร็ววัน ในเวลา ต่อมา ส่งผลให้ชื่อของชิ้นได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 12 นายธนาคารที่รวยที่สุดในโลกของนิตยสาร Institutional Investor ซึ่งเป็นนิตยสารสําหรับนักธุรกิจชั้นนําของโลก เมื่อปี 2526

รวมทั้งได้รับการยกย่องจากนิตยสาร Asian Finance โดยเท เป็นนายธนาคารแห่งปี ด้วยความที่มีชื่อเสียง และผลงานรู้จักกันทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ในฐานะที่เป็นธนราชันผู้ ยิ่งยง ผู้ร่วมก่อตั้งและปลุกปั้นธนาคารกรุงเทพจนกลายเป็น ธนาคารแนวหน้าของเอเชียและเป็นที่ยอมรับในแวดวงธุรกิจ การเงินระดับโลกการต่อสู้ชีวิต ของ ชิน ได้หล่อหลอมขึ้นภายในใจครอบครัวชาวจีน

โดยได้รับอิทธิพลไม่โดยตรงก็โดยอ้อมจากศาสนาขงจื้อ นับ เป็นปัจจัยสําคัญที่ผลักดันให้ชาวจีนอพยพเหล่านี้ยืนหยัด ต่อสู้ ชีวิต อย่างไม่ท้อถอยหลายคนประสบความสําเร็จในการเขยิบ ฐานะทางเศรษฐกิจ แต่น้อยคนนักที่ประสบความสําเร็จเทียบเท่า นายชินที่สามารถไต่เต้าจากอาชีพ “พะงับ” ไปสู่ยอดพีระมิดแห่ง โลกทุนนิยมโดยที่เส้นทางชีวิตดังกล่าวนี้ มีขวากหนามและ อุปสรรคที่ต้องฟันฝ่าเป็นอันมาก ความเฮงประการแรกของ นายชินคงจะอยู่ที่ข้อเท็จจริงที่ว่า

เมื่อนายชินกําลังไต่บันไดชีวิตไปสู่ยอดพีระมิดแห่งโลกทุนนิยม ในทศวรรษ 2490 นั้น หน่อของทุนนิยมในเมืองไทยยังไม่เติบ ใหญ่ และการรวมศูนย์ของทุนยังไม่ปรากฏ ช่วงโอกาสที่จะ ผลักดันตนเองไปสู่ยอดพีระมิดดังกล่าวจึงยังมีอยู่ แต่ในปัจจุบัน (ทศวรรษ 2530) ระบบทุนนิยมในเมืองไทยได้ขยายตัวออก ไปอย่างมาก โดยที่มีการรวมศูนย์ของทุนมากขึ้น ลําพังแต่ความสามารถในการประกอบการและความขยันขันแข็ง เอางานไม่เพียงพอที่จะแปรสภาพจาก “เสือผืนหมอนใน มาเป็นธนราชันได้ขันแข็งเอาการยืนหมอนใบ” จน

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เส้นทางชีวิตของนายชิน ซึ่งเริ่มต้นเช่ ทศวรรษ 2490 ยากที่จะจําลองมาใช้ในทศวรรษ 2530 7 6ะ เนื่องจากสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจได้แปรเปลี่ยนไปนั่นเอง ที่พึงสังเกตก็คือการรวมศูนย์ของทุนเกิดจากการเติบใหญ่ของ กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งรวมกลุ่มโสภณพนิชไว้ด้วยการเดิน ใหญ่ของเศรษฐกิจของนายชิน โสภณพนิช ซึ่งมีส่วนไม่มากก็ น้อยในการปิดช่องโอกาส “พะงับ” จะแปรสภาพเป็นธนราชัน ในเวลาต่อมา

การพึ่งพาผู้มีอํานาจทางการเมือง คน ในการแสวงหาผลประโยชน์ ทางเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่ ชิน โสภณพนิช

ยอมรับอย่างเปิดเผยทั้งนายชินก็มีความชาญฉลาดในการดูทิศทางทางการเมืองด้วย ดังจะเห็นได้ว่า ในช่วงก่อนการรัฐประหารปี 2490 นายชินมี ความสัมพันธ์และผลประโยชน์ร่วมกับสมาชิกคณะราษฎรระดับ ผู้ก่อการ

แต่ภายหลังการก่อรัฐประหารปี 2490 นายชินกลับมี ความสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้นกับกลุ่มซอยราชครูโดย เฉพาะอย่างยิ่งพลตํารวจเอก “เผ่า ศรียานนท์” ความ สัมพันธ์ดังกล่าวนี้ได้ช่วยป้องกันมิให้ธนาคารกรุงเทพ จํากัด ร่วงหล่นสู่หุบเหวแห่งความหายนะที่เกิดขึ้น

Intelligence is generally accepted as Mr. Prasit Kanjanawat, Chairman Bangkok Bank Limited once said that

But this genius is not enough to make the members of the poor class soar Become a great capitalist Without luck And the pace of life that is conducive or Mr. Prasit Kanjanawat said, “Both good and bad”

สามารถติดตามข้อมูลได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระเพิ่มเติมจาก : Google

กรรมการผู้จัดการ

กรรรมการธนาคารกรุงเทพ

“ชิน” ราชันผู้บุกเบิกเป็นผู้นําธนาคารกรุงเทพเข้าสู่ยุคทอง

กรรรมการธนาคารกรุงเทพ

“ชิน” ราชันผู้บุกเบิก “นายชินเริ่มงานที่ธนาคารกรุง เทพด้วยการเป็นนายหน้าหาลูก ค้า และพิจารณาการออกเงิน การทําหน้าที่ของนายชินสามารถ ทํากําไรให้แก่ธนาคารอย่างมาก นายชิน โสภณพนิช เกิดในสมัยรัชกาลที่ 6 มีบิดา

– เป็นชาวจีนแต้จิ๋วอพยพ เกิดในบริเวณตลาดน้ํา วัดไทร บางขุนเทียน ฝั่งธนบุรี เมื่ออายุได้ 5 ขวบ เขาต้อง เดินทางกลับไปประเทศจีนพร้อมบิดา และได้ศึกษาชั้น ประถมที่ประเทศจีน รวมทั้งช่วยบิดาทํานาด้วย เมื่อเวลา ฝนตก บิดาต้องตามตัวกลับมาจากโรงเรียนเพื่อให้ช่วย ไถนา นายชินอยู่ในประเทศจีนเป็นระยะเวลานานถึง 12 ปี จนกระทั่งอายุ 17 ปี จึงเดินทางกลับมาสู่ประเทศไทย มี ความรู้อ่านออก เขียนได้ดี ทั้งภาษาจีนและภาษาไทย –

ชิน เริ่มต้นอาชีพครั้งแรกด้วยการเป็นลูกจ้างในเรือโยงบรรทุก สินค้าทางการเกษตร ขึ้นล่องระหว่าง กรุงเทพฯ-อยุธยาจากนั้นจึงได้เปลี่ยนเป็นเสมียนของโรงไม้แห่งหนึ่งด้วยความเป็น คนเอาการเอางาน เรียนรู้ได้เร็ว ประกอบกับเป็นคนมีอัธยาศัยดี เจ้าของโรงไม้จึงสอนการทําบัญชีให้แก่นายชิ้น รวมทั้งให้เป็น คนติดต่อลูกค้าให้ด้วย นายชินทํางานอยู่ที่นี่เป็นเวลา 3 ปี เมื่อ อายุได้ 20 ปี เจ้าของโรงไม้ได้ขยายกิจการ โดยไปเปิดร้านใหม่ จึงยกสาขาเดิมนี้ให้แก่นายชิน โดยยกตําแหน่งผู้จัดการให้แก่ นายชิน แต่หลังจากนี้กิจการของนายชินประสบปัญหา และเกิด ไฟไหม้ ทําให้ต้องปิดกิจการลง

หลังจากนั้น นายชินได้เดินทางกลับสู่ประเทศจีนอีกครั้ง และได้ ร่วมทํากิจการการเดินเรือระหว่างซัวเถากับเซี่ยงไฮ้กับนักธุรกิจ ท้องถิ่น ซึ่งก็ไม่ประสบความสําเร็จอีก ต่อมานายชินได้กลับสู่ ประเทศไทย โดยได้รับการชักชวนจากนายแต้เก๋ง ฮัง เจ้าของ บริษัท เซียม เฮง ลัง ซึ่งเป็นธุรกิจค้าขายวัสดุก่อสร้าง นายชิน จึงตัดสินใจเข้าทํางานที่นี่ในปี พ.ศ. 2482 ซึ่งธุรกิจค้าขายวัสดุ ก่อสร้างนี้ประสบความสําเร็จอย่างมากกล่าวกันว่าในครั้งนั้นใคร จะก่อสร้างอะไร ทั้งภาครัฐและเอกชนก็ต้องมาซื้อของที่ “เซียม เฮง ล้ง”จากนั้น นายชินจึงตัดสินใจเก็บรวบรวมเงินทั้งหมด เปิด ร้านขายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างของตัวเอง แถวโรงภาพยนตร์ พัฒนาการ ถนนเจริญกรุง

และประสบความสําเร็จอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่นาน จึง จดทะเบียนเป็น บริษัท เอเซีย จํากัด สินค้าที่ขายส่วนใหญ่เป็น เหล็ก ด้วยอายุเพียง 29 ปี ซึ่งสถานการณ์ในขณะนั้น รัฐบาล มีนโนบายส่งเสริมการค้าขายของคนไทย บริษัทของนายชิน ประสบความสําเร็จอย่างดี จึงขยายกิจการออกไปอีก 2 บริษัท เป็นบริษัทค้าขายเครื่องเขียน และขายเครื่องกระป๋อง

เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง

ต้องมีการก่อสร้างซ่อมแซมสถานที่ต่างๆ ที่ปรักหักพัง นายชิน จึงชักชวนเพื่อนพ่อค้าอีก 15 คน ร่วมหุ้นก่อตั้งบริษัท มหากิจ ขึ้นในปี พ.ศ. 2488 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท โดยที่ นายชินเป็นหนึ่งในสามของผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งก็ประสบความ สําเร็จอย่างมาก

จากนั้น นายชินจึงได้เริ่มทํากิจการใหม่ ๆ หลายอย่าง เช่น ค้าทองคํา ค้าข้าว และธุรกิจห้างสรรพสินค้า ฯลฯ

inberrier ใน ปี พ.ศ. 2 4 8 7  นายชิน ได้รับการชักชวนจากเพื่อนฝูง 15 คนร่วมหุ้นก่อตั้งธนาคารกรุงเทพขึ้น

ในเดือนธันวาคม ธนาคารกรุงเทพสาขาแรก ได้เปิดทําการขึ้น ในเวลาบ่าย 2 โมงมีนายควง อภัยวงศ์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเป็นประธานเปิด

นายชินเริ่มงานที่ธนาคารกรุงเทพด้วยการเป็นนายหน้า หาลูกค้า และพิจารณาการออกเงินกู้ ซึ่งการทําหน้าที่ของ นายชิ้นสามารถทํากําไรให้แก่ธนาคารอย่างมาก โดยใน กลางปี พ.ศ. 2488 ยอดเงินฝากของธนาคารกรุงเทพ มี จํานวนทั้งสิ้น 10.2 ล้านบาท ราคา

แต่เมื่อนายชินเข้ามาทําหน้าที่นี้ยอดเงินเพิ่มขึ้น เป็น 18.5 ล้านบาท ในปลายปี

จากนั้น กิจการธนาคารกรุงเทพได้เจริญเติบโตเป็นลําดับ และ เป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรกของไทยด้วยที่มีสาขาเปิดในต่าง

อีกรอบประเทศ ในปี พ.ศ. 2495 นายชินได้ขึ้นผู้จัดการธนาคารและ ครอบครองตําแหน่งได้นานที่สุดถึง 25 ปี ในระหว่างปี พ.ศ. 2495-พ.ศ. 2520 และเป็นที่รู้จักอย่างมากในแวดวงธุรกิจ และสังคม และได้ร่วมงานกับนักธุรกิจชั้นแนวหน้ามากมายใน ประเทศไทย เช่น นายบุญชู โรจนเสถียร, นายประสิทธิ์ กาญจน วัฒน์ เป็นต้น

ชีวิต ส่วนตัว นายชินสมรส 2 ครั้ง ครั้งแรกกับ นางชาง เลา ไว อิง ชาวจีน มีบุตรด้วยกันทั้งหมด 2 คน คือ นายชาตรี โสภณพนิช ครั้งที่ 2 กับ นางบุญศรี โสภณพนิช มีบุตรด้วยกันทั้งหมด 7 คน อาทิ นายโชติ โสภณพนิช, นายชัย โสภณพนิช, คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช เป็นต้น

ชีวิตของนายชิน เป็นที่รับรู้และยอมรับจากสังคมทั่วไปว่า เป็น ผู้สร้างฐานะตนเองจากเสื่อผืนหมอนใบ จนเป็นตํานานของนัก ธุรกิจในประเทศไทยเป็นที่กล่าวขานกันมาจนปัจจุบัน ซึ่งนายชิน มีแซ่ตั้ง มีชื่อเป็นภาษาจีนแต้จิ๋วว่า “ตั้งเพียกซึ้ง” ซึ่งคนไทย เชื้อสายจีนจํานวนไม่น้อยนิยมเรียกนายชินในชื่อนี้

ในทางสังคม ได้ก่อตั้งมูลนิธิชิน โสภณพนิชขึ้น รวมทั้งได้ อนุเคราะห์หลายองค์การ หลายกิจการในสังคมด้วย อาทิเช่น มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น ซึ่งเจ้าของโรงเรียนเซนต์จอห์น เคย

สามารถติดตามข้อมูลได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระเพิ่มเติมจาก : Google

ยุคเริ่มต้น ก่อร่างสร้าง“แบงก์กรุงเทพฯ ชาตรี โสภณพนิช

ยุคเริ่มต้น

ยุคเริ่มต้น ก่อร่างสร้าง“แบงก์กรุงเทพฯ ชาตรี โสภณพนิช

ยุคเริ่มต้น

ยุคเริ่มต้น ก่อร่างสร้าง“แบงก์กรุงเทพฯ ชาตรี โสภณพนิชCEO ธนาคารกรุงเทพ จํากัด มหาชน Bangkok Bank Public Company Limitedจด ทะเบียนก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2487 โดยข้าราชการ นัก ธุรกิจ และกลุ่มบุคคลที่มีแนวคิดเดียว กัน มีสโลแกนที่ว่า “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่ บ้าน” ถือว่าเป็นสโลแกนที่สื่อความ หมายได้ดี เข้าใจง่าย เปรียบเสมือนญาติ สนิทมิตรสหายที่อยู่ใกล้ชิดและคอยให้ คําแนะนําให้ความช่วยเหลือคุณได้ดีใน ยามฉุกเฉิน เรียกว่า สามารถเรียกหาเขา ได้ตลอดเวลา

ภายหลังจากจดทะเบียนก่อตั้งเป็นธนาคารกรุงเทพในเวลาต่อมา ธนาคารชั้นนําแห่งนี้ ก็ได้ฤกษ์เปิดให้บริการประชาชน ที่สร้าง ความไว้วางใจให้กับผู้มาติดต่อขอใช้บริการ

โดยเริ่มดําเนินการเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2487มีสํานักงานใหญ่แห่งแรกเป็นอาคารพาณิชย์เล็กๆ แค่ 2 คูหา ตั้งอยู่ในย่านราชวงศ์ ใจกลางเมืองหลวงในช่วงนั้น

ธนาคารกรุงเทพ ก่อตัวขึ้นจากหน่วยเล็กๆมีพนักงานเริ่มแรกเพียง 23 คน กรรมการผู้จัดการใหญ่ท่านแรกคือ “หลวงรอบรู้กิจ”

ท่านเป็นผู้ริเริ่มสร้างฐานลูกค้าของธนาคารด้วยการบริการ ให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย

กรรมการผู้จัดการท่านที่ 2

คือ ชิน โสภณพนิช ซึ่งเป็นผู้จัดการธนาคารที่ครอบครอง ตําแหน่งได้นานที่สุดถึง 25 ปี (พ.ศ. 2495-พ.ศ. 2520)

นายชิน โสภณพนิช เป็นบุคคลที่มีแนวคิดริเริ่มที่ให้ธนาคาร ขยายเครือข่ายสาขาไปยังท้องที่ที่ห่างไกลทั่วประเทศที่มีผลผลิต ทางการเกษตรที่สมบูรณ์ จนทําให้ธนาคารช่วงนั้นเป็นหนึ่งในผู้ สนับสนุนอุตสาหกรรมการส่งออก

และต่อมาในปี พ.ศ. 2515 ธนาคารได้เปลี่ยนตราสัญลักษณ์ เป็นรูปดอกบัวหลวง ซึ่งใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน เราไป

ปัจจุบัน นายชิน โสภณพนิช เสียชีวิตแล้ว

ต่อมาในปี พ.ศ. 2497 ธนาคารกรุงเทพได้ไปเปิดสาขาที่ ต่างประเทศ แห่งสิงคโปร์ตามลําดับ

กรรมการผู้จัดการท่านที่ 3

คือ บุญชู โรจนเสถียร เป็นผู้ที่ปรับเปลี่ยนการบริหารงานครั้ง ยิ่งใหญ่ เพื่อให้ธนาคารมีมาตรฐานเท่าเทียมกับต่างประเทศรวม ทั้งนโยบายมุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรบุคคล

กรรมการผู้จัดการท่านที่ 4

คือ ชาตรี โสภณพนิช เป็นผู้นําธนาคารกรุงเทพเข้าสู่ยุคทอง ผลประกอบการของธนาคารกรุงเทพในปี พ.ศ. 2523 – พ.ศ. 2535 มีกําไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 12 เท่า และเป็นครั้งแรกที่ ธนาคารพาณิชย์ไทยที่ทํากําไรสุทธิมากกว่า 10,000 ล้านบาท

ธนาคาร กรุงเทพ คือบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ณ ช่วงสมัยนั้น

และ เป็น 1 ใน 200 ธนาคารชั้นนําของโลก และในปี พ.ศ. 2525 ได้ย้ายสํานักงานใหญ่ของธนาคารกรุงเทพมา

ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 333 ถนนสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้ ใช้สํานักงานแห่งนี้มาตั้งแต่นั้นจนถึงปัจจุบัน

กรรมการผู้จัดการท่านที่ 5

คือ ดร.วิชิต สุรพงศ์ชัย เป็นผู้ที่มีผลงานด้านกิจการธนาคาร รุ่งเรืองอย่างมาก ในต่างประเทศเป็นจํานวนมาก ทําให้ธนาคารกรุงเทพเจริญ

ปัจจุบันธนาคารกรุงเทพ

เป็นธนาคารที่มีสินทรัพย์มากที่สุดในประเทศ

มีสินทรัพย์ทั้งหมดประมาณ 1.67 ล้านล้านบาท มีสาขาทั้งหมด กว่า 750 สาขา ตู้ ATM กว่า 4,000 เครื่อง สาขาไมโคร (Micro Branch) ที่เปิดให้บริการ 7 วัน อีกกว่า 175 สาขา มีสาขาที่ ต่างประเทศทั้งหมด 19 สาขา

โดยมีรายงานผลการสํารวจธนาคารยอดเยี่ยมในประ เทศกําลังพัฒนาประจําปี 2546 ซึ่งตีพิมพ์ในนิตยสาร โกลบอล ไฟแนนซ์ ฉบับประจําเดือนพฤษภาคม 2546 ที่สุดในประเทศไทย ได้กล่าวถึง ธนาคารกรุงเทพ ว่าเป็นธนาคารที่ใหญ่

กรรมการผู้จัดการท่านที่ 6

คือ ชาติศิริ โสภณพนิช เป็นบุตรชายคนโตของ ชาตรี โสภณพนิช เพียงระยะเวลาแค่ 3 ปีในการบริหารตําแหน่งกรรมการผู้จัดการ เศรษฐกิจไทยที่รุ่งเรืองมานานถึง 30 ปี ก็ได้อวสานลง

ด้วยวิกฤตการณ์ทางการเงินที่เกิดขึ้นในทวีปเอเชียซึ่งค่าเงินบาท ลดลงอย่างมาก หลังจากที่ประเทศไทยใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยน แบบลอยตัว สถาบันการเงินหลายรายไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย ประสบปัญหาล้มละลาย สถาบันการเงินที่เหลือประสบปัญหาหนี้ ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เพราะลูกค้าหลายราย ล้วนประสบ ปัญหาทางการเงิน ท่ามกลางอุปสรรคเช่นนี้

นายชาติศิริ โสภณพนิชกลับการแก้ “วิกฤติ” ให้เป็น “โอกาสโดยการเสริมสร้างรากฐาน

สามารถติดตามข้อมูลได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระเพิ่มเติมจาก : Google